ออกกำลังกายต้านมะเร็ง

20

แม้ว่าทุกวันนี้โรคมะเร็งจะกลายเป็นหนึ่งในโรคที่หลายคนหวาดกลัว แต่รู้ไหมว่าเราสามารถที่จะป้องกันตัวจากโรคมะเร้งได้ ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง และวิธีหนึ่งที่จะทำให้สุขภาพดีนั่นก็คือการออกกำลังกาย วันนี้เราเลยนำเทคนิคดี ๆ ในการออกกำลังกายเพื่อป้องกันมะเร็งมาฝากค่ะ

การออกกำลังกายป้องกันตัวเองจากมะเร็งนั้นต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมในการรับมือกับความผิดปรกติที่จะเกิดขึ้น โดยการออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุดสำหรับวัยกลางคน คือการออกกำลังกายในระดับปานกลางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือออกกำลังกายอย่างหนักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 75 นาที โดยอาจจะแบ่งออกกำลังกายสามครั้งต่อสัปดาห์ จะดีต่อร่างกายมากกว่าโหมออกกำลังกายหนักในวันเดียว สำหรับเด็กและวัยรุ่นนั้นสามารถออกกำลังกายได้หนักกว่าวัยกลางคนเนื่องจากมีร่างกายที่แข็งแรงกว่า จึงสามารถที่จะออกกำลังกายในระดับความหนักเต็มที่ได้ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน และควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสามวันต่อหนึ่งสัปดาห์

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย อาจจะใช้วิธีการทำงานบ้านหรือกิจกรรมที่ได้ออกแรงเช่น เดินขึ้นบันได ใช้รถจักรยานแทนรถมอเตอร์ไซค์ ทำสวน ฯลฯ เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ และควรจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานาน เช่นการเล่นคอมพิวเตอร์นาน ๆ การนอนดูทีวี ซึ่งทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้น้อย และร่างกายก็จะอ่อนแอได้ง่าย เมื่อเกิดความผิดปรกติจากมะเร็ง

การออกกำลังกายหรือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่วิธีที่จะป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 100% เนื่องจากโรคมะเร็งนั้นเกิดจากปัจจัยหลากหลายรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ชาติพันธุ์ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงถือว่าเป็นเพียงการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง และเป็นการการเตรียมร่างกายให้พร้อม มีภูมิคุ้มกันเพียงพอเมื่อเกิดความผิดปรกติที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายได้นั่นเอง

มะเร็งทวารหนักจากการมีเพศสัมพันธ์

19

ทุกวันนี้โลกของเราเปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น การรักเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป และเมื่อมีความรักเพศสัมพันธ์ก็ต้องตามมา แต่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกันนั้นอาจจะนำมาซึ่งโรคติดต่อทางเพสสัมพันธ์เช่นเดียวกับการมีเพศสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะมะเร็งทวารหนักซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังได้

โรคมะเร็งทวารหนักที่เกิดจากการมีเพสสัมพันธ์ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากอวัยวะเพศชายนั้นอาจจะมีเชื้อเอชพีวี ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกแปดเปื้อนอยู่ และเนื้อเยื่อบริเวณทวารหนักนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับมดลูก ดังนั้นผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังโดยไม่ใช่ถุงยางอนามัยจึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดมะเร็งทวารหนักได้

มะเร็งทวารหนักนั้นจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์สุขภาพดีจนเป็นเซลล์ที่ผิดปรกติ จากนั้นเซลล์ผิดปรกตินี้จะเกิดการแบ่งตัวโดยที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ จะสะสมกันเป็นก้อนเนื้อ จากนั้นจึงค่อย ๆ ลุกลามไปยังเซลล์อื่น ๆ และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ต่อไป มะเร็งทวารหนักนั้นจะเกิดกับช่องทวารหนักซึ่งเป็นท่อสั้น ๆ ที่ต่อเชื่อมกับปากทวารหนัก หากมีการขยายตัวของเซลล์มะเร็งจะมีอาการเตือนต่าง ๆ เช่น มีเลือดไหลออกจากทวารหนัก มีอาการเจ็บ หรือมีก้อนเนื้อในช่องทวารหนัก มีอาการคันบริเวณปากทวารหนัก ซึ่งอาการจะมีความคล้ายคลึงกับโรคริดสีดวงทวาร แต่เมื่อมะเร็งลุกลามก็อาจจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายได้ แต่หากผู้ป่วยรู้ตัวแบบเนิ่น ๆ ก็สามารถรักษาให้หายขาดด้วยการผ่าเอาเนื้อร้ายออกและทานยาหรือทำเคมีบำบัดหรือฉายรังสีร่วมด้วย

อย่างไรก็ตามมะเร็งทวารหนักไม่ได้เกิดเฉพาะกับคู่รักเพศเดียวกันเท่านั้นคู่รักต่างเพศที่มีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังแต่ไม่ใช่ถุงยางอนามัย ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักได้เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเพศไหนก็ต้องมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเพื่อสุขภาพของเรานั่นเองค่ะ

ชุดเครื่องนอนคุณภาพ ผ้าปูที่นอนราคาถูก คลิกเลยจร้า

ชุดเครื่องนอน

 

 

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะโรคอันตรายของสิงค์อมควัน

18

กระเพาะปัสสาวะนั้นเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย เพื่อเป็นส่วนที่ช่วยขับถ่ายเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกมาทางปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะจึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะได้สัมผัสกับสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่เป็นสิงค์อมควันทั้งหลาย เรามาดูกันดีกว่าค่ะเหตุใดการสูบบุหรี่จึงมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

การเกิดมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะนั้นเกิดจากการที่เมือกในกระเพาะปัสสาวะมีการแบ่งตัวผิดปรกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย และแพร่ลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ สำหรับสาเหตุของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะนั้นแม้จะยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่ก็มีการพบความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่และการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากสารก่อมะเร็งในบุหรี่นั้นสามารถซึมผ่านเลือด และไประบายออกที่กระเพาะปัสสาวะนั่นเอง กระเพาะปัสสาวะจึงมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับการก่อเร็งได้ และด้วยสาเหตุนี้เองที่อาจจะทำให้มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหลายเท่า และยังเป็น โรคมะเร็งที่ติดหนึ่งในสิบของมะเร็งที่เกิดกับชายไทย

แต่นอกจากการสูบบุหรี่ เรายังพบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมและสารเคมีบางอย่างที่เกี่ยวกับการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย อาทิเช่นการติดโรคพยาธิใบไม้ในเลือด ซึ่งสามารถชอนไชเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ การสูดดมสารเคมีที่มีอยู่ในสีย้อมผ้า สีย้อมผม อุตสาหกรรมเสื้อผ้า ยางรถและสายไฟฟ้า อีกด้วย

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะแรกนั้นมักไม่ปรากฏอาการที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวด โดยอาจจะมีเพียงเลือดที่ปนกับปัสสาวะเล็กน้อยเท่านั้น หรืออาจจะมีอาการคล้ายท่อปัสสาวะอักเสบ ซึ่งจะมีอาการแสบร้อนเมื่อถ่ายปัสสาวะ จนเมื่อเซลล์มะเร็งกระจายสู่อวัยวะอื่น ๆ อาการของโรคมะเร็งจึงจะปรากฏให้เห็นชัดเจน

โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในความใส่ใจของคนไทยเท่าโดยเฉพาะเพศชายเท่าไหร่นัก แต่หากเป็นแล้วก็ถือว่าอันตรายไม่ต่างจากมะเร็งชนิดอื่นเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกสูบบุหรี่เพื่อป้องกันตัวเองจากมะเร็งกระเพาะปัสสาวะกันเถอะค่ะสิงค์อมควันทั้งหลาย

 

ป้องกันตนเองจากมะเร็งกระเพาะอาหาร

17

กระเพาะอาหารนั้นเป็นที่ซึ่งอาหารที่เรากินเข้าไปถูกนำไปสะสมไว้เพื่อย่อยและเตรียมดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นกระเพาะอาหารย่อมจะเป็นส่วนที่เสียงจะได้สัมผัสกับสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนกับอาหาร ที่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามะเร็งกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร และจะป้องกันตัวจากโรคร้ายนี้ได้อย่างไร

แม้ทางการแพทย์จะไม่สามารถวินิจฉัยอาการแรกเริมของมะเร็งกระเพาะอาหารเนื่องจากอาการในระยะแรกนั้นไม่ต่างจากโรคแผลในกระเพาะอาหารทั่วไป แต่หากคุณมีอาการ ท้องอืด แสบร้อยทรวงอก คลื่นไส้ อาเจียนถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด ปวดท้อง และมีภาวะซีดเนื่องจากโลหิตจาง ก็ควรไปพบแพทย์เพราะคุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้

มะเร็งกระเพาะอาหาร เริ่มจากการแบ่งตัวอันผิดปรกติของเซลล์ที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ จากนั้นจะค่อย ๆ ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย และด้วยความที่กระเพาะอาหารนั้นอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญหลายอย่างในช่องท้อง จึงอาจจะทำให้อาการของผู้ป่วยยิ่งทรุดหนัก เช่นเมื่อมะเร็งกระจายไปยังตับอาจจะทำให้ตับโต ดีซ่าน เมื่อกระจายไปที่ปอดจะทำให้หอบ หายใจลำบาก เมื่อกระจายไปยังรังไข่ก็อาจจะมีก้อนเนื้อบริเวณรังไข่ได้

การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารนั้นอาจจะต้องทำการตัดเอากระเพาะอาหารออกแล้วต้อท่ออาหารกับลำไส้เล็กเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทานอาหารได้ แต่ระบบการย่อยอาหารก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปเช่นไม่สามารถทานอาหารแข็งได้ แต่การรักษาก็อาจจะมีการใช้เคมีบำบัดและการฉายแสงเข้าร่วมเพื่อลดขนาดของเนื้อร้ายให้เล็กลงก่อนผ่าตัดหรือใช้ยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

แม้จะฟังดูน่ากลัวแต่เราก็สามารถที่จะป้องกันตัวเองจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วยการ ลดอาหารประเภทปิ้งย่าง มีอาหารหมักดอง และอาหารที่มีรสเค็มจัด รวมถึงงดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และหมั่นดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงสม่ำเสมอ

มะเร็งกล่องเสียงต้องกันก่อนแก้

16

แม้ว่ามะเร็งกล่องเสียงนั้นจะพบเพียงร้อยละสองของมะเร็งชนิดต่าง ๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในประเทศไทยของเราก็พบโรคมะเร็งชนิดนี้เช่นกัน โดยเฉพาะกับผู้ชายซึ่งมีความเสี่ยงต่อมะเร็งกล่องเสียงมากกว่าผู้หญิงถึงสี่ถึงห้าเท่า นั่นเพราะการสูบบุหรี่ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกล่องเสียงนั่นเอง

แม้เราจะยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร้งกล่องเสียงแต่อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าแพทย์พบว่าการสูบบุหรี่นั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสี่ยง และยังมีพฤติกรรมอื่นที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกล่องเสียงอีก ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับประมานผักผลไม้จนขาดสารอาหาร การสูดเอาฝุ่นละอองจากไม้หรือใยหิน รวมไปถึงการมีโรคกรดไหลย้อน รวมถึงการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเพียงแต่ต่างสายพันธุ์กันเท่านั้น

อาการเตือนในระยะเริ่มแรกของมะเร็งกล่องเสียงคืออาการเจ็บคอ เสียงแหบ ไอมีเสมหะและอาจจะมีเลือดปนออกมา เมื่อเซลล์มะเร็งเติบโตจนเป็นก้อนใหญ่ จะมีอาการหายใจลำบาก และในสุดเซลล์มะเร็งก็จะลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ และทำอันตรายกับร่างกายของเราจนอาจจะถึงแก่ชีวิตในที่สุด มะเร็งกล่องเสียงนั้นเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงในระดับปานกลาง สามารถทำการรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกแล้วกินยา รวมถึงการฉายรังสีหรือให้เคมีบำบัดในผู้ป่วยบางราย

ทุกวันนี้แม้จะยังไม่มีวิธีที่จะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกล่องเสียงในขั้นตอนที่ยังไม่มีอาการ แต่หากเรามีอาการเสียงแหบเกินสองสัปดาห์ก็สามารถที่จะไปหาหมอเพื่อตรวจมะเร็งกล่องเสียงได้ อย่างไรก็ตามเราสามารถป้องกันมะเร็งกล่องเสียงด้วยการงดสูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ป้องกันเอาไว้ย่อมดีกว่าแก้ไขเมื่อบานปลายใช่ไหมละคะ

 

มะเร็งหลอดอาหารภัยเงียบอันตราย!

15

ว่ากันว่าอาหารการกินนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ร่างกายก่อเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีซึ่งมีความสัมพันธ์ กับการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร แม้จะยังบอกไม่ได้อย่างแน่ชัดกว่าสาเหตุใดจึงเกิดมะเร็งขึ้น แต่เราก็อาจจะลดความเสี่ยงกับมะเร็งที่จะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะมะเร็งหลอดอาหาร ซึ่งพบมากขึ้นในทุกวันนี้

หลอดอาหารนั้นเป็นท่อที่ส่งอาหารจากช่องปากเข้าสู่กระเพาะอาหาร ดังนั้นจึงเป็นจุดที่อาหารทั้งหลายจะต้องผ่านไป เราจึงอาจจะสันนิฐานได้ว่าอาหารบางอย่างความสัมพันธ์ในการเกิดมะเร็งหลอดอาหารโดยเฉพาะสารไนโตรโซและไนโตรซามีน ซึ่งพบในอาหารเนื้อสัตว์ที่ใช้สารกันบูด อาทิเช่นปลาทะเล หรือปลาหมึก นอกจากนี้ยังพบในพริกและพริกไทยที่อยู่ในแกงที่ใส่เนื้อสัตว์อีกด้วย นอกจากนี้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลอดอาหารยังมีความสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อน ที่ทำให้เยื้อยุในหลอดอาหารมีบาดแผล การดื่มสุรา การขาดสารอาหารบางชนิด การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด รวมไปถึงความผิดปรกติทางพันธุ์กรรม

มะเร็งหลอดอาหารนั้นก็เหมือนกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ที่ร่างกายควบคุมไม่ได้จนเกิดเป็นเนื้อร้ายและลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยปรกตินั้นมะเร็งหลอดอาหารมักจะไม่แสดงอาการต่างไปจากโรคหลอดอาหารอื่น ๆ คือรู้สึกเจ็บหรือสำลักเวลากลืนอาหาร มีเลือดปนออกมากับอาเจียนหรือมีเสมหะ แม้จะดูมีอาการที่ไม่รุนแรง แต่มะเร็งหลอดอาหารก็มีฤทธิ์ร้ายไม่แพ้มะเร็งประเภทอื่น หากปล่อยไว้โดยไม่รับการรักษาก็อาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ทุกวันนี้แพทย์ยังไม่สามารถตรวจพบมะเร็งหลอดอาหารในระยะแรกเริ่มได้ เนื่องจากอาการไม่ต่างจากโรคในหลอดอาหารอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ดังนั้นเมื่อมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้นควรจะต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยทันที และที่สำคัญต้องดูแลร่างกายให้ห่างจากความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร เช่นไม่สูบบุหรี่ และรับประทานอาหารที่ใหม่สด ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ก็จะลดความเสี่ยงจากมะเร็งหลอดอาหารได้ระดับหนึ่งค่ะ

 

 

มะเร็งช่องปาก โรคร้ายที่ใครก็ไม่อยากเจอ

14

ปากนั้นเป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการสื่อสารและรับประทานอาหาร แต่เมื่อเราพูดถึงปากเราคงจะต้องเหมารวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก และอวัยวะเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งช่องปากหากไม่ได้รับการดูแลให้ดี วันนี้เรามารู้จักกับมะเร็งช่องปากว่าเกิดจากสาเหตุใด และจะมีวิธีการป้องกันและดูแลรักษาอย่างไร

เมื่อมีอาการของมะเร็งช่องปาก ผู้ป่วยจะพบว่าในช่องปากมีแผลคล้ายดอกกะหล่ำ โดยเป็นแผลเรื้อรัง รักษาไม่หาย และมีอาการติดเชื้อได้ง่ายรวมถึงมีกลิ่นเหม็น โดยทั่วไปในระยะแรกเริ่มจะมีเพียงแผลในช่องปาก จากนั้นจะมีการลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของช่องปาก จากนั้นจะลามลงไปยังต่อมน้ำเหลือที่คอ และจะลามไปยังอวัยวะอื่นในร่างกาย ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามหากมีอาการดังกล่าวผู้ป่วยควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อวินิจฉัย เมื่อพบมะเร็งช่องปาก แพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ปอด อัลตร้าซาวด์ตับ หรือตรวจเลือดเพื่อหามะเร็งในส่วนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกาย

สำหรับวิธีการรักษานั้นแพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเพื่อนำเนื้อร้ายออกจากช่องปาก นอกจากนี้อาจจะใช้วิธีการเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี หรือาจจะใช้วิธีการักษาแบบผสมผสาน หลังจากทำการรักษาแล้วแพทย์จะมีการนัดมาตรวจซ้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลไม่ให้เกิดมะเร็งขึ้นอีก

ถึงแม้มะเร็งช่องปากจะรักษาให้หายได้ แต่การป้องกันที่ต้นเหตุน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้นหากไม่อยากป่วยไข้ด้วยมะเร็งช่องปากต้องงดสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า กินเมี่ยง และระวังการติดเชื้อไวรัสบางชนิดเช่น HPV หรือการอักเสบเรื้อรังในช่องปาก ที่สำคัญต้องรักษาร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ ด้วยการกินอาหารที่ดีและออกกำลังกายเป็นประจำนั่นเอง

 

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

13

ต่อมน้ำเหลืองนั้นเป็นเซลล์สำคัญหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เนื่องจากทำหน้าที่เหมือนเครื่องรองน้ำ คอยรองเอาสารพิษจากเลือดออกไปจากร่างกาย แถมยังช่วยเพิ่มเม็ดเลือดและคืนโปรตีนเข้าสู่กระแสเลือด แต่ถ้าต่อมน้ำเหลืองของเรามีความผิดปรกติเกิดจน อย่างมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา มาดูกันค่ะ

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นมีอยู่ร่วม 30 ชนิด แต่เราอาจจะแบ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นสองชนิดใหญ่ ๆ คือชนิดลุกลามแบบค่อยเป็นค่อยไป คือเซลล์มะเร็งจะไม่ลุกลามและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบัน ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษา อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน แต่มะเร็งชนิดนี้หากรักษาได้อย่างทันท่วงทีก็อาจจะสามารถรักษาให้หายขาดได้

สำหรับสาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นอาจจะยังบอกไม่ได้ชัดเจน แต่แพทย์ก็พบว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีความสัมพันธ์กับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ที่ได้รับสารเคมีบางชนิด สำหรับอาการที่เตือนให้ผู้ป่วยทราบว่าร่างกายมีมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น คือจะมีอาการบวมของต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้รักแร้ คอ ขาหนีบ โดยก้อนที่พบจะไม่มีอาการเจ็บ นอกจากนี้จะมีอาการไข้ หนาวสัน คันตามผิวหนังทั่วตัว ไอเรื้องรัง อ่อนเพลีย และหากเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในสมองอาจจะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย

นอกจากการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการเคมีบำบัด แพทย์อาจจะใช้วิธีการรักษาด้วยแอนติบอดี้ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กำจัดเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้แพทย์อาจจะใช้เคมีบำบัดร่วมกับแอนติบอดีด้วยก็ได้

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจจะไม่ใช่โรคมะเร็งที่เราจะป้องกันตัวได้ง่าย ๆ เนื่องจากเกิดจากความผิดปรกติภายในร่างกาย ดังนั้นเราควรจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอนะคะ

 

มะเร็งผิวหนัง อันตรายแต่ไม่ร้ายแรง!

12

คงจะทราบกันดีแล้วว่ามะเร็งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แม้กระทั่งผิวหนังของเราก็สามารถเป็นมะเร็งได้เช่นกัน แต่ด้วยความที่มะเร็งผิวหนังนั้นสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่ายเนื่องจากเกิดขึ้นกับผิวหนังซึ่งอยู่ภายนอกของร่างกาย จึงสามารถทำให้รักษาได้อย่างทันท่วงทีและไม่ก่อให้เกิดอันตรายเท่าใดนัก อย่างไรก็ตามหากปล่อยไว้เซลล์มะเร้งก็อาจจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ จนอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ วันนี้เรามารู้เท่าทันมะเร็งผิวหนังกันก่อนที่จะสายเกินแก้กันเถอะค่ะ

สาเหตุของมะเร็งผิวหนังนั้นมาจากการตากแดดจัดในช่วงกลางวันเป็นประจำโดยไม่ได้รับการปกป้องด้วยเครื่องนุ่งห่มหรือผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด และอาจจะเกิดจากการสัมผัสกับสารเคมีอันตรายเช่นสารหนู แคชเมี่ยม ที่อาจจะปนมาในอาหารหรือน้ำดื่ม นอกจากมะเร็งผิวหนังนี้ยังสามารถถ่ายทอดกันได้ทางกรรมพันธุ์อีกด้วย มะเร็งผิวหนังนั้นแบ่งเป็นหลายชนิดตามลักษณะของเซลล์มะเร็งที่พบดังนี้

มะเร็งบาซอล เซลล์ คาร์ซิโนมา – มะเร็งชนิดนี้มักจะพบบริเวณใกล้อวัยวะสำคัญ เช่นตา หู จมูก ปาก หน้าอก แผ่นหลัง แม้จะเป็นมะเร็งผิวที่มีอันตรายน้อยที่สุด เนื่องจากเกิดบนผิวหนังชั้นตื้น แต่หากปล่อยไว้ก็อาจจะทำอันตรายกับอวัยวะสำคัญเหล่านั้นได้

มะเร็งสะแควมัส เซลล์ คาร์ซิโนมา – มะเร็งชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกับชนิดแรก และมีความอันตรายน้อยเช่นกัน แต่ต่างกันที่มีความเร็วในการลุกลามมากกว่า ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้จะสามารถพบก้อนเนื้อแข็ง ๆ เล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง

มะเร็งแมลิกแนนท์ เมลาโนมา – มะเร็งผิวหนังชนิดนี้เป็นชนิดที่อันตรายที่สุด เนื่องจากกระจายลุกลามได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังลุกลามสู่อวัยวะภายใน สังเกตไดจากก้อนเนื้อผิดปรกติที่มีลักษณะคล้ายไฝสีดำ

การรักษามะเร็งผิวหนังนั้นทำได้ด้วยการผ่าตัดหรือใช้ไฟฟ้าจี้เอาเนื้อร้ายออก และหากยังไม่ลุกลามถึงขั้นวิกฤติก็ยังไม่ต้องใช้เคมีบำบัดแต่อย่างใด

มะเร็งต่อมลูกหมากโรคร้ายที่ท่านชายต้องระวัง

11

หากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สาว ๆ กลัวที่สุด มะเร็งต่อมลูกหมากก็น่าจะสร้างความกลัวให้กับชายหนุ่มไม่น้อยไปกว่ากันทีเดียว ถึงแม้จะพบมะเร็งต่อมลูกหมากไม่มากนัก แต่ชายหนุ่มก็จำเป็นต้องรู้จักโรคนี้ให้ดีเพื่อลดความเสี่ยงให้มากที่สุด

ต่อมลูกหมากคืออวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตตัวอสุจิและน้ำหล่อลื่นอสุจิ ซึ่งถือว่าเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญในระบบสืบพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง และก็เช่นเดียวกับอวัยวะอื่น ๆ ต่อมลูกหมากมีโอกาสที่จะเกิดเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน แม้จะยังไม่ทราบชัดเจนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่แพทย์ก็ได้พบว่ามีบางอย่างที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่นอายุของผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่พบมะเร็งชนิดนี้ในชายที่มีอายุ 50-70ปีและเชื้อชาติก็ยังมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงอีกด้วยเนื่องจากพบว่าชายชาวยุโรปมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากว่าชายชาวเอเชีย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่มาจากการบริโภคเช่นการกินเนื้อสัตว์ติดมัน หรือไขมันมาก ๆ รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้เช่นกัน

เมื่อป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยจะมีจะมีอาการปวดเมื่อปัสสาวะ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ น้ำหล่อลื่น น้ำอสุจิ ปัสสาวะไม่พุ่ง เมื่อร่วมเพศจะรู้สึกปวดเมื่อหลั่งอสุจิ เมื่อมีอาการเหล่านี้ควรจะไปพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยโรค โดยแพทย์จะวินิจฉัยด้วยการฉีดสีเข้าในเส้นเลือดดำ เพื่อขับถ่ายทางปัสสาวะ หรืออาจจะส่องกล้องทางท่อปัสสาวะเพื่อวินิจฉัย และทำการตัดเนื้อเยื้อต่อมลูกหมากเพื่อตรวจในห้องปฏิบัติการ เมื่อพบว่ามีมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเอาต่อมลูกหมากออก และอาจจะตัดอัณฑะซึ่งเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนหล่อเลี่ยงเซลล์มะเร็ง จากนั้นอาจจะมีการฉายรังสีหรือให้เคมีบำบัดเพื่อรักษาต่อไป